ข้อบังคับ ชมรมศิษย์เก่าพยาบาลลูกพระนาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หมวดที่ ๑
ข้อบังคับทั่วไป ๑.๑ ชมรมนี้มีชื่อว่า
“ชมรมศิษย์เก่าพยาบาลลูกพระนาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา” ๑.๒
เครื่องหมายของชมรม ๑.๓ วัตถุประสงค์ของชมรม
เพื่อ
๑.๓.๑เป็นศูนย์รวมและเสริมสร้างความสามัคคีของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ๑.๓.๒
ส่งเสริมวิชาการและพัฒนาวิชาชีพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพ ๑.๓.๓
ช่วยเหลือสังคมและศิษย์เก่าทั้งทางด้านการดูแลสุขภาพ
และ/หรือผู้ประสบอุบัติภัยต่าง
ๆ
๑.๓.๔
ส่งเสริมสมาชิกด้านวิชาการและการมีส่วนร่วมในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์
และสนับสนุน
กิจกรรมของสถาบันตามพันธกิจและอื่น
ๆ
๑.๓.๕
เชิดชูเกียรติแก่สมาชิกผู้ได้รับรางวัลหรือการยกย่องจากสังคมในด้านต่าง
ๆ หมวดที่ ๒
สมาชิก ๒.๑สมาชิกของชมรม มี ๒
ประเภท ได้แก่ ๒.๑.๑
สมาชิกสามัญ
มีคุณสมบัติเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
และเป็นผู้มีความประพฤติดี ๒.๑.๒
สมาชิกกิตติมศักดิ์
มีคุณสมบัติเป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ
ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ที่มีอุปการคุณแก่ชมรม
ซึ่งคณะกรรมการ
ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ๒.๒ ค่าธรรมเรียมแรกเข้า
และค่าบำรุงชมรม ๒.๒.๑
สมาชิกสามัญ
จะต้องเสียค่าลงทะเบียนตลอดชีพ ๓๐๐
บาท
๒.๒.๒
สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น ๒.๓การสมัครเป็นสมาชิกของชมรม ๒.๓.๑
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์มของชมรมต่อเลขานุการและให้เลขานุการนำ
ใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก
(ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ
เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับ
เข้าเป็นสมาชิกของชมรม
และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว
ผลเป็นประการใดให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สมัคร
ทราบโดยเร็ว ๒.๓.๒
เอกสารประกอบการสมัครสมาชิก ได้แก่ (๑)
ใบสมัครสมาชิก (๒)
ไฟล์ภาพถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครพร้อม
รับรองสำเนาถูกต้อง (๓)
ไฟล์รูปถ่ายของผู้สมัคร และ (๔)
ไฟล์สลิปการโอนเงินค่าสมัครสมาชิก ๒.๔
สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้ ๒.๔.๑
ตาย
๒.๔.๒ ลาออก
โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ ๒.๔.๓
ขาดคุณสมบัติสมาชิกโดยการประชุมใหญ่ของชมรม
หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน
เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
หรือสมาชิกกระทำผิดกฏระเบียบและข้อบังคับของชมรม ๒.๕
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
๒.๕.๑
มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมต่อคณะกรรมการ
๒.๕.๒ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง
ๆ ที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น ดังนี้
เมื่อสมาชิกเสียชีวิต
จะได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัว
จำนวน ๑,๐๐๐
บาท
๒.๕.๓
มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของชมรม ๒.๕.๔
สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง
หรือได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชมรมและ
มีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ
ในที่ประชุมได้คนละ
๑ คะแนนเสียง
๒.๕.๕ มีสิทธิร้องต่อคณะกรรมการ
เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม
๒.๕.๖
มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของชมรมโดยเคร่งครัด
๒.๕.๗
มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติคุณที่เป็นสมาชิกของชมรม
๒.๕.๘
มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ
ของชมรม
๒.๕.๙
มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
๒.๕.๑๐
มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หมวดที่ ๓
คณะกรรมการ ๓.๑อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ๓.๑.๑
มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ
เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง
ไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้ ๓.๑.๒
มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม ๓.๑.๓
มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา
หรืออนุกรรมการได้แต่กรรมการที่ปรึกษาหรือ
อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่ง
ได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง ๓.๑.๔
มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๓.๑.๕
มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ
ที่ยังไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ๓.๑.๖
มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจน
มีอำนาจ อื่นๆ
ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ ๓.๑.๗
มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด
รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม ๓.๑.๘
มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ
ตามที่สมาชิกชมรมจำนวน ๑ ใน ๓ หรือ
สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ได้เข้าชื่อ
ร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น
ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน
๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับการ
ร้องขอ ๓.๑.๙
มีหน้าที่จัดเอกสารหลักฐานต่าง ๆ
ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน
ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ของชมรมให้ถูกต้อง
ตามหลักวิชาการ
และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ ๓.๑.๑๐
จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ
ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
และส่งให้คณะกรรมการทราบ ๓.๑.๑๑
มีหน้าที่อื่น ๆ
ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ ๓.๑.๑๒
คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ ๑
ครั้ง
เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม
และการประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ
คณะกรรมการทั้งหมด
จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม
มติของที่ประชุมคณะกรรมการ
ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ๓.๒
คณะกรรมการบริหารชมรม ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง
ทำหน้าที่บริหารกิจการของชมรมมีจำนวนอย่างน้อย
๑๐ คน อย่างมากไม่เกิน ๒๕ คน
คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้รับมาจากการคัดเลือกของชมรม
เลือกตั้งกันเองเป็นประธานชมรม ๑ คน
และรองประธาน ๒ คน
สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ
ของชมรม
ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการชมรมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้ ๓.๒.๑
ประธานชมรม
ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรมเป็นผู้แทนชมรม
ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก
และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการของชมรม
หากประธานชมรมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ดังกล่าวได้
ขอให้รองประธานชมรมปฏิบัติหน้าที่แทน ๓.๒.๒
เลขานุการ
ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด
เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมในการปฏิบัติกิจการของชมรม
และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรม
ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง
ๆ ของชมรม ๓.๒.๓
เหรัญญิก
มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม
เป็นผู้จัดท้าบัญชีรายรับรายจ่าย
บัญชีงบดุลของชมรม
และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ
ของชมรมไว้เพื่อตรวจสอบ ๓.๒.๔ ปฏิคม
มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกชมรมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่
ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ
ของชมรม ๓.๒.๕ นายทะเบียน
มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรม
ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บค่าบำรุงชมรมจากสมาชิก ๓.๒.๖
ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่กิจกรรมและชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมให้สมาชิก
และบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ๓.๒.๗
กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ
ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น
โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว
จะต้องไม่เกินจำนวนที่
ข้อบังคับได้กำหนดไว้แต่ถ้ากรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง