
วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัย
รุ่นที่ 2
เพื่อยกระดับคุณภาพพัฒนาการเด็กและสุขภาวะที่ยั่งยืนในชุมชน
--------------------------------
วันที่
8–9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัย
รุ่นที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ
และความเข้าใจในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพสอดคล้องกับบริบทสังคมยุคดิจิทัล
โดยมุ่งให้ผู้ดูแลเด็กสามารถใช้เทคนิคการประเมินสุขภาพ
การเฝ้าระวัง
และการส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกต้อง
ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงของปัญหาพัฒนาการล่าช้าและช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กเติบโตอย่างเต็มศักยภาพในระยะยาว
พิธีเปิดจัดขึ้นเมื่อวันที่
8 พฤศจิกายน โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์
ดร.ทัศนีย์ อรรถารส
คณบดีวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ
เป็นประธานเปิดงาน
พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของครูปฐมวัยในฐานะผู้วางรากฐานการเรียนรู้และสุขภาวะของเด็กในชุมชน
พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์อริยา
ดีประเสริฐ
รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ
ที่กล่าวรายงานถึงความจำเป็นของการยกระดับมาตรฐานการดูแลเด็กปฐมวัยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่
ซึ่งมีความท้าทายทั้งด้านเทคโนโลยี
พฤติกรรม
และปัจจัยแวดล้อมของเด็ก
ในภาคเช้า
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์
น้อยพยัคฆ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง
“การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในยุคดิจิทัล”
โดยอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างพัฒนาการเด็กกับผลกระทบจากสื่อ
ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมเด็กยุคใหม่
และแนวทางที่ครูสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมเสริมพัฒนาการให้เหมาะสม
ขณะที่ในภาคบ่าย ดร.อารยา ทิพย์วงศ์
รองคณบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ
ให้ความรู้ด้านการประเมินสุขภาพเด็ก
การเฝ้าระวังพัฒนาการ
และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ
ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเด็กในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนต่าง
ๆ
ต่อเนื่องในวันที่ 9 พฤศจิกายน
วิทยาลัยได้จัดการบรรยายเชิงวิชาการ ณ
โรงแรมโคโค่วิว จังหวัดสมุทรสงคราม
โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์สุภาวดี
เลิศสำราญ อาจารย์ประจำสาขาการพยาบาลเด็ก
ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กอย่างถูกต้องตามคู่มือ
DSPM
รวมถึงการให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสม
การส่งเสริมภูมิคุ้มกันโรค
และแนวทางการดูแลสุขภาพกายของเด็กอย่างเป็นองค์รวม
ครูและผู้ดูแลเด็กจึงได้รับองค์ความรู้ที่ครบทั้งด้านพัฒนาการ
การประเมินสุขภาพ และการดูแลเชิงป้องกัน
ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในบริบทของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล
ผลการติดตามหลังการอบรมพบว่าครูและผู้ดูแลเด็กมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการใช้ชุดเครื่องมือคัดกรองพัฒนาการเด็ก
และกว่าร้อยละเจ็ดสิบระบุว่ามีแผนจะปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ในศูนย์เด็กเล็กของตนเองให้สอดคล้องกับหลักฐานเชิงวิชาการที่ได้รับ
ซึ่งสะท้อนถึงการขยายผลที่ส่งต่อไปยังเด็กปฐมวัยในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
การเพิ่มศักยภาพของครูผู้ดูแลเด็กในครั้งนี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในพื้นที่
ทั้งในด้านสุขภาพ การเรียนรู้
และการป้องกันปัญหาพัฒนาการล่าช้าในอนาคต
โครงการนี้เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลายด้าน
โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3
ในการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาวะที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต
ผ่านการคัดกรองและการเฝ้าระวังพัฒนาการที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกันยังสนับสนุนเป้าหมายที่ 4
ด้วยการพัฒนาศักยภาพของครูและผู้ดูแลเด็กให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับช่วงวัย
ซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์ในระยะยาว
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ 10
ในการลดความเหลื่อมล้ำ
เนื่องจากการจัดอบรมช่วยให้ครูจากหลากหลายพื้นที่ได้รับองค์ความรู้ที่เท่าเทียมกัน
ทำให้เด็กปฐมวัยไม่ว่ามาจากชุมชนใดก็ได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกัน
จากการดำเนินงานดังกล่าว
วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กของชุมชน
และเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพระบบดูแลเด็กปฐมวัยของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
อันนำไปสู่ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในระยะยาวตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน"
https://www.facebook.com/share/p/1CjuVngu6t/