วัณณโรค รู้ไว รักษาได้
กรมการแพทย์
โดยสถาบันโรคทรวงอก
แนะผู้ป่วยวัณโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
และทานยาตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด
เตือนผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยหมั่นสังเกตตนเอง
หากมีอาการไอแห้งๆ หรือมีเสมหะ
หรือไอเป็นเลือด เรื้อรัง นานเกิน 2
สัปดาห์ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที
เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย
หาสาเหตุที่แท้จริง
นายแพทย์วีรวุฒิ
อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์
เปิดเผยว่า วัณโรค
เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง
ซึ่งเกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
เช่น ต่อมน้ำเหลือง ผิวหนัง กระดูก
แต่ส่วนมากจะเกิดที่ปอด เรียกว่า
วัณโรคปอด
สามารถติดต่อกันได้จากผู้ป่วยไอหรือจาม
เชื้อวัณโรคจะปะปนออกมากับละอองเสมหะ
หรือน้ำลาย
หากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดสูดรับเชื้อเข้าไป
จะมีโอกาสป่วยเป็นวันโรคได้
แต่ไม่จำเป็นว่าผู้ที่ได้รับเชื้อทุกคนต้องป่วยเป็นวัณโรค
เนื่องจากในร่างกายของทุกคนจะมีภูมิคุ้นกันที่สามารถต่อสู้กับเชื้อวัณโรคได้
แต่ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น
ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์)
ผู้ป่วยเบาหวาน
หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้นกันนานๆ
(สเตรียรอยด์)
จะมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
นายแพทย์เอนก
กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก
กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
อาการบ่งชี้ของผู้ป่วยวัณโรคปอด คือ
จะมีอาการไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ
ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
และบางครั้งอาจมีเลือดปน
มีอาการเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย
เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงหรือผอมลง
มีไข้ต่ำๆ และมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน
เป็นต้น
อย่างไรก็ตามวัณโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้
โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาตามแผนการรักษาต่อเนื่องจนครบ
อย่างน้อย 6 เดือน
หากขาดยาหรือไม่ได้รับประทานยา
อย่างต่อเนื่อง
อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นวัณโรคชนิดดื้อยาได้
และหากผลการรักษาไม่ได้ตามเป้าหมาย
โอกาสหายก็จะลดลง
อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้น
และในระหว่างการรักษาผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดี
โดยการรับประทานยา
ตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
ไม่หยุดรับประทานยาเองแม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้น
และต้องมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
ออกกำลังกายให้เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
ลดความวิตกกังวลและขจัดความเครียด
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
และสูบบุหรี่
นอกจากนี้ไม่ควรละเลยสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อสุขอนามัยของผู้ป่วย
และเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น
การใส่หน้ากากอนามัย หากไอ หรือจาม
ควรปิดปาก ปิดจมูก
เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
ที่พักอาศัยควรมีแสงแดดส่องถึง
อากาศถ่ายเทสะดวก โดยการเปิดหน้าต่าง
หรือประตู
หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรืองดเดินทางโดยเครื่องบิน
รถโดยสารปรับอากาศ แท็กซี่
และควรแยกของใช้ระหว่างผู้ป่วยกับผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิด
รวมถึงการกำจัดหรือแยกขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธี
ทั้งนี้ควรพาคนในครอบครัว
โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
และผู้สูงอายุ
มาตรวจคัดกรองโรคหลังสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค
สำหรับการป้องกันไม่ให้กลับมาป่วยเป็นวัณโรคซ้ำ
คือ
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
ควรตรวจสุขภาพร่างกายปีละ 1-2 ครั้ง ลด ละ
เลิก สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์
หากมีอาการสงสัย หรือ ไอ ติดต่อกันเกิน 2
สัปดาห์
ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วย
****************************************************************************************
#สถาบันโรคทรวงอก #กรมการแพทย์ #วัณโรค
-ขอขอบคุณ-
10 มกราคม 2566